Time Remaining ... เวลาไกล้จะหมด

ไกล้แล้วสินะ
พอหมดเดือนนี้ จากชีวิตของเด็กฝึกงานคนนนึง
ก็ต้องกลับไปใช้ชีวิต "นักศึกษา" อีกครั้งนึง

วันนี้เป็นอีกวัน ที่ได้คุยอะไรยาว ๆ กับอาจารย์รวิทัต (@rawitat) พร้อมกับพี่ ๆ ที่ออฟฟิศด้วย
ทั้งเรื่อง ประวัติศาสตร์ , Programming , ชีวิต , การทำงาน
จนเวลาล่วงเลยมา ตั้งแต่ประมาณ 4 ทุ่ม ถึงตอนนี้ (4.04 am)

เป็นอีกวันที่ทำให้เราต้องมานั่งคิด ตัดสินใจ อะไรบางอย่างที่อาจจะเกี่ยวข้องกับอนาคตของตัวเอง
พอเรากลับไปใช้ชีวิต "นักศึกษา" สิ่งที่เราต้องทำคืออะไร
เรียน เรียน เรียน กิน กิน เล่น เล่น เที่ยว เที่ยว และ อื่น ๆ ...

ผมเริ่มเขียน iOS ช่วงเดือนตุลาคม หลังงาน Google Developer Festival 2010
เวลาเพียงแค่ไม่กี่อาทิตย์ จากการที่ผมมีพื้นฐานภาษา C มาบ้าง ทำให้ผมเรียนรู้ได้เร็วในความรู้สึกตัวเอง
แต่ตอนนั้นก็เป็นช่วงเวลาที่ไกลเปิดเทอม ผมยังจำได้
ตอนนั้นก็คล้าย ๆ กับตอนนี้ ผมต้องมานั่งตัดสินใจ ว่าจะบริหารเวลายังไง ให้มือผมไม่ลืม iOS
พอถึงช่วงเวลาเปิดเทอม ผมกลับไปตั้งใจเรียนเหมือนเดิม จนได้เกรดที่น่าพอใจในวิชาที่ผมตั้งใจ
และเกรดที่เหมาะสม ในวิชาที่ผมไม่ตั้งใจ แต่ !!
ผมไม่ได้เขียนโปรแกรม สิ่งที่มันจะเป็นอาชีพผม เก่งขึ้นเลย แม้แต่นิดเดียว เฮ้ออออออ

พอมาตอนนี้ ช่วงปิดเทอม Summer ผมได้มีโอกาสมาเรียนรู้ มาฝึกงานที่นี่
ได้ความรู้จากที่นี่มากมาย ได้รู้ ได้ผิด ได้พลาด จนตอนนี้ไกล้ที่ฝันกำลังจะเป็นจริงแล้ว
หนึ่งในฝันของ Programmer ทุกคน ก็คือ Software ที่ออกสู่สายตาชาวโลกตัวแรกในชีวิต
เราคิดแบบนั้น...

แล้วต่อไปล่ะ เมื่อเปิดเทอมเราจะทำยังไงดี... ที่ต้องคิดคือ เราจะบริหารเวลาอย่างไรดี...
วันนี้ก็ได้สิ่งที่น่าเรียนรู้ 3 ข้อ นั่นคือ
1. อย่าแคร์เกรด เกรดอาจจะช่วยให้เราดูเก่งกว่าคนอื่น ๆ แต่มันก็เอาไปทำอะไรไม่ได้ไม่ใช่หรอ รู้สึกเมื่อวานผมได้ดูรายการ The Idol ย้อนหลังก็ได้ข้อคิดจาก พี่โหน่ง a day เหมือนกันว่า "พอเราเรียนจบมหาวิทยาลัย สิ่งที่เราจะไปแข่งกับเขา ไม่เกรดบนใบ Transcript แต่มันก็คือ ตัวตนของเรา ความสามารถ ศักยภาพที่เรามี" ฉะนั้น เราจะเรียนแบบเท่าที่เราจะตั้งใจเรียนได้ โดยไม่สนใจว่า เกรดที่ออกมาจะได้เท่าไร แต่ตัวในภาคเราไม่ค่อยยอมให้ต่ำว่า B ของเพดานไว้ตรงนี้แล้วกัน
2. อย่าหยุด ถ้าหยุด แล้วผมจะหยุดอยู่แค่นี้... ก็จริง เพราะเคยรู้สึกแบบนั้นมาแล้ว ตอนมาฝึกงานใหม่ ๆ อาจารย์ก็ให้เราลองเล่น Corona ซึ่งเป็นภาษา Lua ซึ่งเราไม่ค่อย get กับกระบวนการทำงานมันเท่าไรนักในตอนแรก สุดท้ายก็กลับมาจับ Objective-C เหมือนเดิม แทบมึน ต้องมานั่งทวน นั่งอ่านใหม่ อ่านโค้ดที่ตัวเองเคยเขียน มันเลือน ๆ ไปหมดเลย แต่ตอนนี้มาฝึกงานที่นี่เขียนเกือบทุกวัน ใช้เวลากับมันอย่างน้อย ๆ 2 ชั่วโมง แม้จะอยู่ที่บ้าน อย่างน้อยก็เปิดขึ้นมาดูว่า "กูเขียนอะไรวะ" ฉะนั้น แม้เราจะพ้นสภาพการเป็นเด็กฝึกงานไปแล้ว... อาจจะขอ กลับมาวิ่งเล่นที่นี่อีก ^^ แต่อาจารย์ท่านก็ชวนแล้วนะ แต่มาแน่ แบบว่า อาทิตย์ไหนวันหยุดเยอะ ๆ เรียน 1-2 วัน แล้วแต่วิชา ก็โดดแม่ม ยกอาทิตย์ แล้วมาหาอะไรทำที่นี่เลย อิอิ
3. ใช้โควต้าโดดเรียนให้ครบ ข้อนี้ผมหยุดไว้แค่นี้แล้วกัน ทิ้งท้ายไว้ว่า ถ้าโดดเรียนแล้วมันช่วยให้ชีวิตดีขึ้น ชัดเจนในสิ่งที่คุณจะทำมากขึ้น .... ไม่เสียคน ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ก็โดดได้บ้าง ไม่มีปัญหาอะไรหรอก 555555 
เวลาไกล้จะหมดแล้ว... นี่คือสิ่งที่ผม Comment เพื่อนของผม ที่ถามว่า ทำไมผมเขียนโปรแกรมทุกวัน ทำไมผมขยันจัง ... โอกาสมันมาแล้ว คุณจะไม่คว้าไว้หรอ ?? Summer ปิดเทอม 2 - 3 เดือน ถ้านั่งเฉย ๆ นะ สิ่งที่คุณเคยโฟกัส ในความหมายของนักศึกษาภาควิชาคอมพิวเตอร์นะ บอกได้เลยว่า "มันทำให้คุณลืมการเขียนโปรแกรมได้เลยนะ ถึงไม่ลืม อย่างน้อยกลับไปจับใหม่ ก็ไม่คล่องเหมือนเดิม" ง่าย ๆ ทำได้ ทำซะ...

ตอนนี้ผมรู้สึกว่า ผมได้อยู่ที่นี่ ผมเขียน Objective-C คล่องขึ้นเยอะ (ในความรู้สึกตัวเอง) และเล่นกับ iOS ได้หลายเรื่องขึ้นเยอะ เพราะมาที่นี่ได้เล่นอะไรใหม่ ๆ หลายอย่างเลย แต่ตอนนี้ก็ยังอยู่ในวงของ iOS SDK แหละ ไม่ได้ออกไปลองจับ API ตัวอื่น ๆ สักวันคงมีโอกาสได้ลองศึกษาสิ่งอื่น ๆ รอบตัว ^^

วันนี้คงพอแค่นี้ก่อน... แอบง่วงเล็ก ๆ ตอนนี้ก็  4.41am ละ ไกล้เช้า...
ขอบคุณทั้งอาจารย์รวิทัตและพี่บอน ที่ทำให้ต้องคิด ต้องจัดการ และตัดสินใจด้วยตัวเองอีกครั้ง

Popular posts from this blog

[Android Dev] การติดตั้ง Eclipse+AndroidSDK เพื่อพัฒนาโปรแกรมบน Android

12 วิธี การบริการและดูแลลูกค้าในร้าน Starbucks

5 TED Talk ที่จะช่วยให้คุณทำงานดีขึ้น