"จิตอาสา"#1 -- Pack ถุงยังชีพ, ลงพื้นที่อำเภอบางเลน

ตอนแรกตัวผมเอง ก็ไม่ค่อยเข้าใจ คำนี้สักเท่าไรหรอก
เห็นตาม Twitter บ้าง Facebook บ้าง...
ทั้งที่เขาไปตักทราย, Pack ถุงยังชีพ, ลงพื้นที่ .... และอื่นๆ
ซึ่งเราเอง ไม่มีโอกาสได้ไปทำหรอก เห็นเขารวมตัวกันแต่ใน กทม. (เท่าที่ทราบข่าว)

จนถึงตอนนี้ฝั่ง ศาลายา ทางที่เราใช้เข้า กทม. บ่อยๆ ก็ท่วมไปซะแล้ว
จนสภาพพุทธมณฑลตอนนี้ก็เป็นอย่างที่เห็น ... ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ว่าจะได้เห็นภาพนี้


แต่เมื่อวานซืนเพื่อนสองคน @Peachiiz_763 และ @gamsnoopy มาชวนไปทำงานที่ศาลากลางตอนเช้า
พอตื่นเช้ามาก็ปรากฎว่า "ตื่นไม่ทัน" 55555 ก็เลยพลาดงานตรงนั้นไป ก็เล่น Facebook ตามระเบียบ
ไปเปิดเจอ Pages ของ ศิลปากร เห็นว่าวันนี้ (31 ต.ค.) มีการ Pack ของไปช่วยที่อำเภอบางเลน
เลยชวนน้องสาวไป แต่คุณพ่อ ก็ไปด้วย... เลยไปกันหมดเลย และชวนเพื่อนน้องสาวไปอีก 2 คนด้วย

พอไปถึงองค์พระ ประมาณ 10 โมง ... เอาอีกละ - - เค้า Pack เสร็จกันตั้งแต่ 9.30 แล้ว เฮือกกกก - -
แต่ก็แค่ Pack เสร็จ ไปถึง ก็เลยยังได้ไปช่วยยกของขึ้นรถบ้าง จนหมด ชุดแรก 700 ถุง



วันนั้นมีอาสาสมัครไปเยอะมาก รวมๆ แล้วก็ประมาณ 200 คนได้ ...
พอ แพ๊ครอบเช้าเสร็จแล้วทุกคนก็แยกย้ายกันกลับ จนเหลือคนอยู่ไม่ถึง 10 คน



พอคนกลับกันหมด มีมาม่า มาส่งอีกคันรถนึง ... นั่นแหละ เข้าทางเลย 
เราและเพื่อนๆ เลยได้ Pack ของกันสมใจอยาก แบบไม่กี่คนนั้นแหละ ... คาดว่าน่าจะได้อีกสัก 300 ถุง 
แต่ก็มีคนที่มาเที่ยว มาทำข่าว มาช่วยกันอีก หลายคนเลย 



พอ Pack เสร็จแล้วก็ขนขึ้นรถตามระเบียบ


ภาพนี้เป็นภาพน้องๆ จากโรงเรียน "พระปฐมวิทยาลัย" ร้องเพลงหารายได้บริจาคกัน น่ารักจริงๆ ^__^


เป้าหมายครั้งนี้ก็จบไปได้ด้วยดี... สนุกมากๆ เลย 
บ้านผมอยู่ตัวเมืองนครปฐมครับ ตอนนี้สถานการณ์ยังปกติ และไม่น่าจะท่วม (คาดว่า)
ตอนนี้ช่วยอะไรก็ช่วยกันไป... 

อ๊ะ แต่ Blog นี้ยังไม่จบแค่นั้นครับ... 
ตอนบ่ายทาง องค์พระปฐมเจดีย์มีแผนไปแจกของเรา Pack กันนี่แหละ 
ให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย ที่ตำบล บางภาษี อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม
พวกเรา 6 คนประกอบไปด้วย บาส (ตัวเอง), บิว, บีม, มุก, พี่อร, น้องแอน 
ก็นั่งว่างๆ หลังจาก Pack ของกัน... เห็นเขาจะไปกัน เลยยกขบวนไปด้วยกันหมดเลย... 
ตัดสินใจไปลงพื้นที่จริงกัน... ไหนๆ มันก็ว่างทั้งบ่ายแล้ว (แต่ไปโดยไม่ได้คิดว่าจะต้องกลับกี่โมง...) 
ก็โดดขึ้นรถ 6 ล้อเขาไปเลย 55555


หลังจากนั้น 500 เมตร


นี่คือชาว "ศิลปากรลุก" ครับ เราติดตามเขาไป วันนี้เขาไปดูพื้นที่ หมู่ถัดไป ที่ทางศูนย์จะไปลงพื้นที่



จนรถของเรามาสุดทางตรงนี้ครับ


เนื่องจากถนนที่ตอนแรก เราคาดว่า จะวิ่งเข้าไปเป็นแบบนี้ (น่าจะเกิดจากการประสานงานผิดพลาด)


มันคือ ทุ่งนา นะครับ ไม่ใช่ "ทะเลสาป" แต่อย่างใด 


ไกลสุดลูกหูลูกตาเลยล่ะครับ น้ำท่วมไม่เหลือเลย


ดังนั้นการขนของเข้าไปเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย จึงต้องขนไปทางเรือ ทั้งหมดครับ เสียเวลาเพิ่มขึ้นครับ
แต่ยังน้อยกว่าการที่เราเสี่ยงเอารถเพื่อวิ่งบนถนนเส้นนั้นไป โดยไม่รู้ว่า "ไหวหรือป่าว ?"



กลุ่มพวกเราและชาว "ศิลปากรลุก" ก็เข้าไปในพื้นที่โดยทางเรือเช่นเดียวกันครับ (แอบตื่นเต้น)
เวลาลงพื้นที่เนี่ย เขาเตือนเลยนะครับ "ถ้าไม่ได้ใส่ชูชีพ ห้ามนั่งเรือเหล็กเด็ดขาด"



ระหว่างนั่งเรือก็ได้สนทนากับพระอาจารย์ท่านนึงครับ บ้านท่านเอง ก็อยู่แถวนี้ด้วย บ้านท่านก็ท่วมเหมือนกัน ท่านก็ทำการอพยพพี่น้อง และ แม่ของท่านไปในที่ที่ปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่พี่ชายของท่าน ที่ยังคงเฝ้าบ้าน และ ใช้ชีวิตอยู่บนชั้น 2 ครับ แต่ท่านบอกว่า "ชินแล้ว ท่วมแบบนี้ทุกปี แต่ปีนี้หนักหน่อย"
ท่านบอกว่า "ที่เราตื่นตูมกัน นั้นเป็นเพราะ เราไม่เคยเจออะไรแบบนี้ เรายังปรับตัวใช้ชีวิตอยู่กับน้ำไม่ได้ แต่อย่าไปกลัว เราทำลายธรรมชาติ นี่ก็เป็นผลที่เกิดขึ้นจากสิ่งที่เราทำ เหตุผลง่ายๆ ที่น้ำท่วม"
(มารู้ทีหลังว่า ท่านเป็นพระอาจารย์ผมสมัยที่เรียนนักธรรมตรี และ โท)


พอไปถึงสถานที่ก็มีชาวบ้าน มารอรับถุงยังชีพมากมายเลย
วันนี้เรามาแจก คนที่อยู่ หมู่ 9, 10, 11 (คนเยอะมาก)


ตอนแจกผมก็ไม่ได้ถ่ายรูปหรอกครับ ไม่ว่าง แหะ เลยไม่ได้มีโอกาสเก็บภาพส่วนนั้น ไว้หาได้ค่อยเอามาลง เพราะมีช่างภาพคนอื่นๆ เขาถ่ายรูปไว้ด้วย (มีนักข่าวของ นครปฐม Cable ทีวีไปด้วย)

ก่อนกลับก็เลยถ่ายรูปซะหน่อย 
กลุ่มเราครับ ไปแบบมึนๆ 555555 


นี่คือ อาสาสมัครทั้งหมดครับทั้ง พระสงฆ์จากวัดพระปฐมเจดีย์, อาสาสมัครจากวัด, ผู้สื่อข่าว, ชาวศิลปากรลุก และพวกเรา :P


ครั้งนี้เป็นการลงพื้นที่ครั้งแรกครับ ไปแบบ งงๆ
ไม่ได้เตรียมตัวที่จะไปด้วยซ้ำ อยากไปก็กระโดดขึ้นรถเลย  
แต่การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้อะไรเยอะนะครับ ได้รู้จัก พี่อร น้องแอน น้องปอง และคนอื่นๆ
อยู่ศิลปากรด้วยกัน แต่ไม่รู้จักหน้า ไม่รู้จักชื่อ บางคนก็ไม่รู้จักชื่อแต่ก็ไปทำงานด้วยกัน สนกุดีครับ
ได้ช่วยเหลือคนจริงๆ ทำงานจริงๆ คนเยอะมาก ทุกอย่างต้องทำเป็นระบบ และทุกคนต้องมีระเบียบ

"จิตว่าง"
คุณเคยรู้สึกว่า เหนื่อยแล้วไม่ต้องไม่รับผลตอบแทนไหม ? 
ผมว่า หาได้จากการเป็นอาสาสมัครแบบนี้แหละ
พอเวลาทำ รู้สึกว่า สมองไม่ได้คิดอะไรเลย หน้าที่มีอยู่ตรงหน้าก็ทำไป ไม่ต้องคาดหวังผลอะไรกลับมา
ผลที่ได้กลับมาคือมีเพียงอย่างเดียวคือ คนที่ได้ประโยชน์จากเราน่ะ มีแน่ๆ นั่นคือ ผู้ประสบภัยทุกคน ... 
และแน่นอน หลังจากนี้ผมจะไม่พลาดที่จะไปช่วยอีก ถ้าสะดวกเรื่องเวลานะ ... 

พรุ่งนี้ก็ไปช่วยทำ "ยาแก้น้ำกัดเท้า" ที่คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร 
แล้วเจอกันครับ ^___^ 

Popular posts from this blog

12 วิธี การบริการและดูแลลูกค้าในร้าน Starbucks

[Android Dev] การติดตั้ง Eclipse+AndroidSDK เพื่อพัฒนาโปรแกรมบน Android

5 TED Talk ที่จะช่วยให้คุณทำงานดีขึ้น