Installing Wine on Mac OS X -- Run Windows Software on Mac

Installing Wine on Mac OS X

Wine คืออะไร ? 
ปกติเวลาเราจะใช้ Photoshop โปรแกรมก็จะมีทั้ง Mac Version และ Windows Version 
คนใช้ Windows แล้วเปลี่ยนมาใช้ Mac แน่นอนผมเข้าใจ
ในช่วงแรก คุณจะควานหาสิ่งที่ตัวเองเคยชิน คุณจะ Search Google หาโปรแกรมที่คุณชอบ
แล้วตามด้วยคำว่า "for Mac" เสมอๆ ซึ่งบางโปรแกรมก็มี บางโปรแกรมก็ไม่มี ...

โดยสิ่งต่อมาที่คุณต้องการจะใช้งาน Windows Software ก็คือ ลง Windows มันบน Mac เสียเลย
แล้วแต่วิธีที่คุณสะดวก บ้างก็ Bootcamp บ้างก็ VMWare บ้างก็ Virtual Box , etc.

แต่ Wine ช่วยคุณได้ คุณสามารถ Install และ Run Windows Software ได้ทันที
โดยที่ไม่จำเป็นต้องลง Operating Systems ใดๆ มารองรับ... [วิธีการเบื้องลึกอันนี้ผมไม่ทราบ]

Wine สามารถใช้ลงโปรแกรมอะไรได้บ้าง... ?? [เช็คได้ที่ Link ด้านล่างครับ]


ผมขอร่าย Blog นี้ยาวหน่อยนะครับ... 
ผมขอบอกเลยว่า ผมสู้กับมัน รอมันมาตั้งแต่ทุ่มนึง ยันตอนนี้ (11.40 น.)
ติดนู่น ติดนี่ ได้อาจารย์ @rawitat ช่วยแนะ ก็เลยผ่านบางจุดมาได้ ... 

สิ่งที่คุณต้องมีก่อนลง Wine 
  • Intel Mac -- เครื่อง Mac ของคุณต้องใช้ CPU ของ Intel 
  • Admin Password -- คุณต้องเป็นเจ้าของเครื่อง เพราะต้องมีการใช้ Password ในการติดตั้ง
  • Apple Xcode -- เป็น Developer Tools ของทาง Apple ซึ่งเครื่อง Mac รุ่นที่ยังแถมแผ่น DVD จะหาได้จากแผ่นรวมโปรแกรม แต่ถ้าคุณใช้ Lion แล้ว สามารถโหลด "ฟรี" ได้จาก Mac App Store
  • Java Development Package 
  • X11 -- จะถูก Built-in มาตั้งแต่ Snow Leopard ถ้าต่ำกว่านั้นต้องลงผ่านแผ่นที่ได้มา
  • Internet Connection 
  • Time -- เวลา เพราะมันหลายขั้นตอน และค่อนข้างยุ่งยาก 
  • Terminal Skills -- ควรจะมีนิดหน่อย พวกคำสั่งพื้นฐาน เช่น sudo, cd, etc.
Step I :: Install MacPorts


เข้าไปที่นี่ จะมีให้เลือก 2 วิธีคือ 
ลงแบบ .pkg ซึ่งเป็นการ Install ที่ง่าย...


หรือลงแบบ Source Installation


ซึ่งผมเลือกแบบ Source เพราะลงแบบแรกแล้วมันค้างช่วงท้าย - - หาสาเหตุไม่ได้...

Step II :: Configure MacPorts

จากนั้นเราต้องมา config MacPorts กันนิดหน่อย
เปิด Terminal ขึ้นมาครับ พิมพ์ตามนี้เลย (Terminal จะอยู่ใน Users/Application/Utilities)

ถ้ากด Enter แล้วขึ้นข้อความประมาณนี้เป็นอันใช้ได้


อีกนิดนึงครับ
พิมพ์ใส่ Terminal เหมือนเดิม


ถ้าขึ้นข้อความที่มี ข้อความนี้อยู่ในประโยคก็เป็นอันใช้ได้


จากนั้นให้ทำการ ปิดและเปิด Terminal ขึ้นมาอีกครั้งครับ...

Step III :: Install Wine using MacPorts


พิมพ์คำสั่งนี้ใส่ Terminal เลยครับ
ผมว่าคุณต้องเจอ Error ประมาณนี้แน่นอน เกี่ยวกับ image อะไรสักอย่าง
แต่เดี๋ยวก่อน ผมขอเอาหน้าต่างที่เราลง Wine ได้สมบูรณ์ให้ดูก่อนนะครับ มันจะเป็นแบบนี้
ถ้าคุณไม่เจอ Error อะไร แล้วได้แบบนี้ แปลว่า ไม่มีปัญหาใดๆ เกิดขึ้น...
แต่ถ้ามี Error ไอ Error ที่ว่าจะเป็นประมาณนี้ครับ
สังเกตุบรรทัดที่ 9 นะครับ มันแนะเราว่า ให้เราทำการ force activation ตัว ncursesw ด้วยคำสั่ง
sudo port -f activate ncursesw --> พิมพ์ใส่ Terminal โลด... 
ต้องใส่คำสั่ง sudo เพิ่มไปด้วย เพราะเราจะลงโปรแกรมโดยใส่สิทธิ์ของ Administrator
เมื่อกด Enter แล้วให้เราใส่ Password ล่องหน.. (ตอนพิมพ์จะไม่ขึ้น) พิมพ์ให้ถูกนะครับ แล้วกด Enter
ก็จะเจอ Error แบบนี้
 ไม่ต้องตกใจไป มันแค่ฟ้องว่า "เห้่ย นาย พิมพ์มาแต่ชื่อ แต่เรามี 2 เวอร์ชั่นอยู่ในเครื่อง จะให้เราเลือกอันไหนล่ะ ??" ก็ทำตามคำขอไปครับ
sudo port -f activate ncursesw @5.7_1+universal -- เลือกอันไหนก็ได้ครับ แต่พิมพ์ให้เหมือนกับที่มันปรากฎขึ้นมานะครับ
จากนั้นให้คุณวน Loop กลับไปที่ Step III ครับ ...
ขึ้นไปพิมพ์ sudo port install wine ใหม่... แล้วถ้าคุณเจอ Error อีก
ตรงไฟล์ที่ Error ก็จะเปลี่ยนไป (ที่เราเจอรอบแรกคือ ncursesw) ทำไปเรื่อยๆ ครับ จนกว่าจะขึ้นหน้าต่าง
ที่ยืนยันว่าการลง Wine เสร็จสมบูรณ์ อย่างที่ผมให้ดูในตอนแรก

-- ให้ดูอีกรอบก็ได้ ... สำหรับหน้าต่างที่ลง Wine เสร็จเรียบร้อยแล้ว
สำหรับตัวผมเอง เจอ Error ประมาณ 4-5 ไฟล์ เลยรอนานมากเลยครับ - - หลายชั่วโมง
ผมก็ทำๆ รอๆ แล้วก็ดูรายการบ้าง ดูหนังบ้าง - -
จากนั้นเมื่อลง Wine เสร็จสมบูรณ์แล้ว เราก็จะมาใช้มัน ในการ Install และ Run Windows Program กัน

Step IV :: Install Windows Program using Wine

  • หาโหลดตัว *.exe ที่เป็น Windows Program มานะครับ
  • จากนั้นเปิด Terminal ขึ้นมานะครับ
  • cd ไปหาที่ที่ *.exe เราอยู่ (เช่นถ้าไฟล์อยู่ desktop ก็พิมพ์ cd desktop)
  •  จากนั้นพิมพ์ sudo wine $INSTALLER.exe ($INSTALLER คือชื่อของโปรแกรมที่โหลดมา)
  • เช่น setup.exe, finalfantasy.exe, etc.
  • เมื่อกด Enter แล้ว Mac จะทำการเปิดโปรแกรม X11 ขึ้นมาแล้วก็จะทำการ Installation ให้ตามปกติเลยครับ (หน้าต่างเหมือน Windows เลย)
Step V :: Run Windows Program using Wine
  • โปรแกรมที่เรา Install จะไปอยู่ที่ Users/.wine/.... 
  • เปิด Terminal ขึ้นมาเช่นเคย
  • ให้เข้าไปที่ที่ *.exe ของเราอยู่นะครับ เช่น cd ~/.wine/drive_c/Program\ Files/
  • จากนั้นก็พิมพ์ wine $PROGRAM.exe ($PROGRAM คือชื่อของโปรแกรมของเรา)


แค่นี้แหละครับ... ขอบอกว่า Blog นี้สำหรับสายถึกครับ และแนะนำว่าต้องอ่านทุกตัวอักษร
เพราะผิดพลาดขั้นตอนนึง เจ๊งหมดแน่ๆ ครับ ^____^
ไม่ถึกจริง อาจจะทนไม่ไหว บ้าตาย ไปแล้วก็ได้นะครับเนี่ย - - มันน่ามึนมากเลยอ่ะ...
ขอจบ Blog นี้เพียงเท่านี้แหละครับ (มันยาวเกินไปละ)

Popular posts from this blog

12 วิธี การบริการและดูแลลูกค้าในร้าน Starbucks

[Android Dev] การติดตั้ง Eclipse+AndroidSDK เพื่อพัฒนาโปรแกรมบน Android

5 TED Talk ที่จะช่วยให้คุณทำงานดีขึ้น