History of Canon in D Major


Canon in D หลายๆ คนคงรู้จักกัน และต้องเคยผ่านหูมาบ้าง ...
เพลงนี้เป็นเพลงชื่อดัง มีผู้นำไปประกอบทั้งภาพยนต์และโฆษณาเยอะแยะมากมาย


เมื่อสัก 2 วันก่อนผมได้นั่งดูหนังของปี 2001 ชื่อว่า My Sassy Girl 
สมัยนั้นผมยังไม่ค่อยจะดูหนังเท่าไร เลยพลาดเรื่องนี้ไป แต่มันเป็นหนังที่ดีมาก 
หลังจากดูจบ หนังเรื่องนี้ทิ้งข้อความให้ผมไว้ว่า ...
... ณ ตอนนี้เราอาจจะทำได้แค่นึกถึงความสุขเวลาที่เราได้มีโอกาสพบกัน หรืออยู่ด้วยกัน แต่ไม่ว่าเราจะคลาดกันสักกี่ครั้ง ถ้าเรื่องของเราเป็นเรื่องจริง เราจะกลับมาพบกันไม่ว่าจะด้วยความบังเอิญ หรือตั้งใจก็ตาม ... สิ่งที่นำพามานั่นคือ "โชคชะตา"
อินไปหน่อยนะ กับหนังเรื่องนี้หลายๆ อย่างก็ Mapped เข้ากับความรู้สึกช่วงนี้พอดิบพอดี
และแน่นอน เพลงที่ติดหูในหนังเรื่องนี้ก็คงจะเป็น Canon
ในฉากที่พระเอกนำดอกกุหลาบไปให้นางเอกเนื่องในโอกาสที่เจอกันครบ 100 วัน
(ในเรื่องนี้เป็น Canon in C Major) นี่แหละครับ :)


วันนี้ก็เลยจะมาหาข้อมูล และเขียนประวัติของเพลงนี้ให้อ่านกันสักเล็กน้อย ...
Canon in D Major ประพันธ์โดย Johann Pachelbel คีตกวีชาวเยอรมัน 


ซึ่งเป็นผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดของเขา สกอร์ดนตรีดั้งเดิมแต่งขึ้นสำหรับบรรเลงแบบแคนอน (Kanon) ด้วย Violin สามตัว โดยมีการเดินเสียงเบสด้วยเครื่องดนตรีเช่น Chello, Double Bass หรือบาซซูน จับคู่กับจังหวะแบบกิกา (gigue) โดยคำว่า “Kanon” หรือ “Canon” ในทางดนตรีนั้นหมายถึงการเล่นวนซ้ำ ซึ่งรูปแบบการบรรเลงเพลงนี้จึงเริ่มจากเบสจะเริ่มเล่นเดี่ยว 4 ห้องเพลง จากนั้นไวโอลินตัวแรก จะเริ่มเล่นทำนองหลัก 4 ห้อง ขณะที่เบสยังคงบรรเลงท่อนเดิมวนไปเรื่อยๆ เมื่อไวโอลินตัวแรกเล่น 4 ห้องแรกผ่านไป จะเล่นทำนองถัดไป ไวโอลินตัวที่ 2 จะเริ่มเล่นโน๊ต 4 ห้องแรก ที่ไวโอลินตัวแรกเล่นผ่านไปแล้วตามโน๊ตเดิมทุกประการ เมื่อไวโอลินตัวแรกเริ่มเล่นทำนองที่ 3 ไวโอลินตัวที่ 2 จะเล่นทำนองที่ 2 และไวโอลินตัวที่ 3 จึงจะเริ่มเล่นทำนองแรก ตามกันไปอย่างนี้เรื่อยๆจนจบ 

ต้นฉบับผลงานชิ้นนี้สูญหายไปหลายปีเช่นเดียวกับผลงานชิ้นอื่นๆ ของพาเคลเบลและศิลปินคนอื่นในศตวรรษที่ 17 เพิ่งถูกค้นพบในศตวรรษที่ 20 และเผยแพร่เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1919 โดยกุสตาฟ เบกมานน์ ได้รับการบันทึกเสียงเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1940 จากการบรรเลงโดยวงบอสตันป็อปสออร์เคสตรา อำนวยเพลงโดยอาร์เทอร์ ฟิดเลอร์

เราอาจจะเห็นในหลายๆ ที่ ซึ่งเล่นกันหลายเวอร์ชั่นหลายเครื่องดนตรี (Piano, Guitar) แต่เพลงนี้มีเวอร์ชั่นเดียว คือ สำหรับไวโอลิน 3 ตัว (หรือสามแนว) กับ Basso Continuo เช่น Chello และผู้แต่งประพันธ์ไว้บนบันไดเสียง D Major หากเล่นด้วยแบบอื่น ด้วยเครื่องดนตรีอื่นๆ แนวมากน้อยกว่าเดิม ทำนองในแบบอื่นๆ หรือบนบันไดเสียงอื่นๆ คือการดัดแปลงเพื่อเล่นตามวัตถุประสงค์ของผู้แปลง ซึ่งสุดแล้วแต่จะทำ อาจจะมีเป็นร้อยแบบ พันแบบ หมื่นแบบก็แล้วแต่ แต่แบบที่ผู้แต่งสร้างไว้ มีแบบเดียวบันไดเสียงเดียว และโน๊ตแบบเดียว ... ลองฟังดูนะครับ

ด้วยความไพเราะของท่อนแรกที่ฟังง่ายๆ สบายๆ และความมหัศจรรย์ที่สามารถเล่นเพลงด้วยโน้ตแผ่นเดียวกันทั้งสามแนวไวโอลิน หากแต่เล่นคนละเวลาในจังหวะที่เท่ากัน จึงทำให้เพลงนี้ได้รับความนิยมมาก จะว่าไปไม่ใช่ว่ามีแต่ Pachelbel ที่แต่ง Canon ไว้ Mozart, Bach, Vivaldi ก็มี แต่อาจจะไม่ใช้ Canon แบบทั้งเพลงหรือมีทำนองที่สะดุดหูเหมือนของ Pachelbel



ใครอยากอ่านประวัติของ Johann Pachelbel ก็สามารถอ่านได้ที่นี่นะ 


Popular posts from this blog

12 วิธี การบริการและดูแลลูกค้าในร้าน Starbucks

[Android Dev] การติดตั้ง Eclipse+AndroidSDK เพื่อพัฒนาโปรแกรมบน Android

5 TED Talk ที่จะช่วยให้คุณทำงานดีขึ้น