บันทึกการเดินทาง#17 :: Similan Islands Trip

หลังจากงาน Bynior เรามีนัดกันครับ รอบนี้เพื่อนๆ จะไปทะเลใต้กัน
หาข้อมูลก่อนไปกันยกใหญ่ เราเดินทางกันวันที่ 1, 2 และ 3 ซึ่งที่พักบนอุทยานแห่งชาติเต็มหมด 

ตอนแรกก็กลัวจะไม่มีที่นอน แต่ก็ต้องเดินหน้าต่อไป ค่อยไปหาเอาที่นู่นแล้วกัน
ถึงแม้จะเสียดายที่ตรงกับรับน้องนอกสถานที่ของภาควิชาคอมพิวเตอร์ แต่ก็ต้องยอมแหะ
เราเดินทางจากนครปฐมเวลา 23.00 ของวันที่ 1 (เวลาที่ออกจากนครปฐม)
เดินทางกันตอนกลางคืน เนื่องจากต้องร่วมงาน Bynior ที่คณะกันก่อน
พลาดไปหน่อย ตรงที่ Apple Maps และการที่ไม่เคยไปกันหมด
ทำให้เราเดินทางไปทางสายเก่า (ระนอง -> พังงา เส้นสีขาวบนแผนที่)
มันเป็นทางไกล้กว่าครับ แต่ทางมันเก่าและไม่ค่อยดีเท่าไร ซึ่ง Apple Maps ก็บอกแค่ว่ามันไกล้กว่า
ซึ่งทำให้ช้ากว่าที่ควรจะเป็นชั่วโมงกว่าๆ แต่ก็ถึงเหมือนกันน่ะ ถ้าพลาดก็ขับระวังๆ หน่อยนะครับ

แนะนำเลยแล้วกันครับ เส้นทางที่ถูกต้อง (ควร) เวลาขับรถจาก กรุงเทพฯ ไปจังหวัดพังงาคือนี่ครับ

พอถึงแล้วเราก็มึน งง ครับ ... ตามหาที่พักกันก่อนเลย ไปจอดแวะกันที่อุทยานแห่งชาติเขาหลัก ก็เต็มอีก ที่นี่มีบ้านพักนะครับ ราคาสมเหตุสมผลดีด้วย แต่เต็มเร็ว ควรโทรไปจองล่วงหน้าก่อนนะ แต่ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นอุทยานก็จะมีกฎระเบียบ อย่าลืมอ่านกันด้วยนะ

เราพยายามถามราคา Resort แถวๆ นั้น ซึ่งราคาที่ได้ เราจ่ายกันไม่ไหวครับ
ส่วนใหญ่ Resort ที่ติดหาดเขาหลัก ราคาจะอยู่ที่ 5000+ ต่อห้อง 3 คน ...
ที่เราต้องการคือ บ้านพักที่อยู่ได้ 7 คน สัก 2 หลัง
เราขับรถเลยกันมานิด ประมาณ 10 km ก็มาเจอของดีเข้าแล้วครับ (โชคดีมาก) 
"โครงการชุมชนบ้านน้ำใส" ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริ ในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิ
แต่ตอนที่ไม่มีภัย ก็เปิดเป็นบ้านพักให้นักท่องเที่ยวมาเช่าอยู่กันปกติครับ ซึ่งบ้านน่าอยู่ใช้ได้อยู่ 
ที่ทั้งหมด 2 ห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่น และ 1 ห้องน้ำในราคาไม่เกิน 1000 บาทต่อหลัง 
ซึ่งแถวนั้นหาไม่ได้นะครับ ลองชมภาพบ้านกันครับ :)


และที่สำคัญนะ โครงการนี้ตั้งอยู่ไกล้ท่าเรือทับละมุ ด้วยครับ (ประมาณ 6 km) ซึ่งจะเป็นท่าเรือที่ส่งนักท่องเที่ยว เพื่อไปเที่ยวเกาะ 3 หมู่เกาะชื่อดังจังหวัดพังงาได้แก่ หมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินท์ และ เกาะตาชัยครับ ซึ่งสามารถขอข้อมูลจากเจ้าหน้าที่บ้านพักได้เลยครับ ในบริเวณที่พักมีร้านอาหารด้วยนะครับ ถือว่าครบครันมากๆ ที่จะอยู่ที่นี่ :) 

ในวันแรกเราไปว่ายน้ำเล่นกันก่อน ไกล้สุดก็คือ อุทยานแห่งชาติเขาหลัก โดยหาดที่ติดอุทยานจะเป็นหาดหินครับ พอมีที่ให้เล่นน้ำได้อยู่ครับ แต่ถ้าอยากพบหาดทรายก็ต้องเดินไปหน่อย ประมาณ 1.5km เดินไปเล่นกันก็ได้ครับ เราไปกันเย็นๆ เล่นกันพักนึงก็กลับ
ผู้ร่วมเดินทาง :) -- นี่ยังไม่ครบนะ
อาทิตย์อัสดง ที่ชายหาดอุทยานแห่งขาติเขาหลัก
จุดชมวิว หินเรือใบเกาะ 8 

แน่นอนว่าเป้าหมายครั้งนี้ของเราก็คือ หมู่เกาะสิมิลัน ครับ
ท่าเรือที่นี่ส่วนใหญ่เป็นท่าเรือส่วนตัวหมดครับ ไม่มีบริการเรือเมล์แบบฝั่งอ่าวไทยนะครับ การที่จะไปเที่ยวเกาะมีวิธีเดียวเท่านั้นคือเราต้องซื้อทริปจากบริษัทต่างๆ ซึ่งจะใช้ Speed Boat ราคาจะอยู่ที่ 2000 - 2500 บาทแล้วแต่เกาะ (อย่าให้เกินนี้นะครับ) สำหรับ One Day Trip พร้อมอาหารและเครื่องดื่ม (มีมื้อกลางวัน) และก็จะมีแบบ 3 วัน 2 คืนด้วย ลองหารายละเอียดูนะครับ 

ส่วนถ้าใครมาเป็นกลุ่มใหญ่จริงๆ เกิน 15 คนขึ้นไป ผมแนะนำให้เช่าเป็น Private Trip ซึ่งจะเสียค่าเรือประมาณ 28000 บาทต่อวัน ไม่น่ารวมค่าอาหารนะครับ (อันนี้ลองสอบถามดู ผมไม่แน่ใจ) ... ซึ่งลองคำนวณดูแล้วก็ราคาพอกัน แต่ได้เป็น Private ครับ กลุ่มเพื่อนที่ไปคราวนี้ 13 คนลองคิดแล้วคนละ 21xx บาท ซึ่งไม่คุ้มเท่าไร เลยเลือกแบบ One Day Trip ในราคา 1900 บาทต่อคน (ต่อเขาจาก 2100 แล้วนะ บอกว่า คนเยอะ ฮาาา) 
ดำน้ำกันที่เกาะ 7 มีปลานีโม่ด้วยนะ

เราเดินทางกันวันที่ 2 ตอนเช้าเลยครับ ทริปที่นี่เรือจะออกประมาณ 8.30 ทุกทริป ตอนแรกเราคิดว่าเพื่อนๆ จะไม่ตื่นกัน ... แต่ทุกคนก็ตื่นกันได้ แน่ล่ะ ผมตื่นมาปลุกตั้งแต่ 7 โมงนี่นา :P ไม่ควรเลทนะครับ เพราะเราไปกับนักท่องเที่ยวอีกร่วม 30 ชีวิต :) 

เราไปกันทั้งหมด 4 เกาะครับ เริ่มจากดำน้ำที่เกาะ 9 จากนั้นก็แวะทานข้าว เล่นน้ำบนหาด (มีเวลาให้) ที่เกาะ 8 แล้วก็ไปดำน้ำอีกครั้งที่เกาะ 7 แล้วจบที่เกาะ 4 (เล่นน้ำบนหาด หรือเดินอุทยานดูค้างคาวแม่ไก่ และ ปูไก่) 
จุดชมวิวลานข้าหลวง บนเกาะ 4 :) เหนื่อยมาก กว่าจะมาถึง แต่ก็คุ้ม
หินเรือใบ เกาะ 8 เกาะสิมิลัน
สำหรับหมู่เกาะสิมิลันน่าจะเป็นหมู่เกาะในดวงใจของใครหลายคน ที่น่าจะมาเที่ยวกันสักครั้งในชีวิตนะ
ความสวยงามนี่ระดับ 5 ดาว (มีเท่าไรให้หมด) น้ำทะเลสีฟ้าใส มีการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างดีที่สุด ขอแนะนำเลยครับ ถ้าใครไม่สะดวกขับรถทางไกล มีอีกวิธีคือ เราสามารถนั่งเครื่องบินไปที่ภูเก็ตเลยค่อยเดินทางขึ้นมาก็ได้นะครับ :) ไม่ไกลกันมาก ส่วนใครที่มาเที่ยวก็ช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติด้วยนะ เพื่อเก็บความสวยงามให้คนที่มาท่องเที่ยวได้ชมกันต่อไป 

สักวันเมื่อพร้อม ผมจะหัดดำน้ำลึกและกลับมาที่นี่อีกครั้ง ... แค่ดำ Skin Diving ก็เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็นเยอะละ ถ้าดำน้ำลึกเป็นจะสุดยอดกว่านี้ขนาดไหนกันนะ ประทับใจจริงๆ ^_^

Popular posts from this blog

12 วิธี การบริการและดูแลลูกค้าในร้าน Starbucks

[Android Dev] การติดตั้ง Eclipse+AndroidSDK เพื่อพัฒนาโปรแกรมบน Android

"อีสุกอีใส" ประสบการณ์เมื่อต้องมาเป็นตอนอายุ 22