Japan in my perspective


        ได้มีโอกาสไปประเทศญี่ปุ่นมาครับ :) เป็นเวลา 9 วัน 11 คืน (ที่จริงๆ แล้วควรจะน้อยกว่านั้น) เป็น Solo Backpacker ครั้งแรกในชีวิต ผมอยากเดินทาง ได้พบคนมากมาย การนอน Hostel การตกเครื่องบิน อาหาร วัฒนธรรม เป็นอะไรที่ประทับใจ แม้วันหลังๆ จะไม่มีอะไรให้เที่ยวแล้วก็ตาม ถ้าใครอยากเที่ยวช่วงใบไม้แดง แถบคันไซอาทิตย์สุดท้ายของเดือน พ.ย. เหมาะสมสุดของผมนี่วันที่ 30 ก็ไม่สวยแล้ว ผมเลือกเที่ยวแถบคันไซอย่างเดียวเพราะอยากเก็บความทรงจำ และไม่ต้องใช้เวลาเดินทางเยอะมากนัก

รูปภาพผมจะอัพไว้ที่นี่เรื่อยๆ https://www.flickr.com/photos/67765891@N03/sets
เนื่องจากรูปที่ถ่ายมาจากการ์ด 16GB 4 ใบ ส่วนใหญ่เป็น Pure RAW สิริรวมประมาณ 50GB

ค่าใช้จ่ายเดี๋ยวผมจะมาสรุปให้อ่านกัน (เต็มสตรีมและไม่ค่อยอดอยาก)

  • ค่าตั๋วเครื่องบิน 9,050 บาท (จับได้ของ AirAsiaX มา)
  • ค่าที่พักรวมแล้ว 4,000 บาท นอน Hostel
  • ค่าซิม 1,200 บาท ผมใช้ http://sugoi-sim.com/en/ 100mb สำหรับการเดินทางพอนะ อัพรูปนิดหน่อย แต่ส่วนใหญ่ Pocket WiFi เดี๋ยวนี้ limit ทั้งนั้น และไม่คุ้มสำหรับคนเดียว
  • Pocket Money สิริรวมหักลบค่าของที่คนอื่นฝากซื้อแล้ว 19,647 บาท ที่อัตราแลกเปลี่ยน 0.30 (กินของดี กินของดัง เที่ยววัดเยอะ ค่าเข้าวัดพอสมควรเลยนะครับ)
  • บัตรเครดิต 7,614 บาท 
  • รวม 9050 + 4000 + 1200 + 19647 + 7614 = 41,511 บาท
ส่วนแผน ผมยินดีแบ่งปันครับ นี่สำหรับการดูใบไม้แดงช่วงฤดูใบไม้ร่วง เป็นแผนสำหรับเที่ยว 6 วัน ส่วน 3 วันหลังมันสดครับ เปิด Japan Guide อยากไปไหนก็ไป ถ้าไม่ทันก็ลองปรับดูแล้วกันครับ บางวันก็ลุยเองเหมือนกันครับ เช่นไปพบว่าวัดในนาราปิดซ่อมอาคารหลัก แต่ก็ได้เที่ยวศาลเจ้าที่ไม่มีแพลนแทน

https://docs.google.com/document/d/18_NslVcLpJLqy4Y0641f72cKO7n-EyK0zmWbpg8pTcM/edit

มีโอกาสผมจะกลับไปอีกแน่นอน และนี่เป็นอะไรที่ผมจดบันทึกไว้ ตอนที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น

-------------------------------------------------

hyperdia.com ยังไงก็ต้องใช้ให้เป็น ง่ายมาก

ขนมที่มีไส้แม่งไม่เคยกั๊กไส้ เหมือนกินไส้ห่อด้วยแป้ง

อาหารญี่ปุ่น คืออาหารญี่ปุ่น คุณกินแล้วจะกลับมาที่ไทยแล้วจะรู้สึกไม่อยากกิน 
มีพี่คนนึงกล่าวกว่า "No matter what you pay It can't get Japan's quality"

ซูชิเป็นอาหารราคากลางๆ ถึงถูก กลับมาที่ไทยแล้วไม่กล้ากิน มันแพง! รอเก็บเงินไปกินที่นู่นทีเดียว

เมนูที่เกี่ยวกับปูมักจะแพงเสมอ

ที่ว่าดังกินมาหมดทั้ง Ippudo Ramen, Ichiran Ramen, Endo Sushi และอื่นๆ ขอบอกว่า ตั้งแต่กลับมายังไม่ได้ช่างน้ำหนัก

คนญี่ปุ่นใจดีกับนักท่องเที่ยวมาก เขาอยากช่วยเหลือเรานะ แต่เขาก็ช่วยเป็นภาษาญี่ปุ่นแหละ ดังนั้นเราก็ต้องช่วยเขาด้วยบางที เช่น เขาชี้ไปชานชาลาที่ 2 ชี้ไปทางนั้น ก็ย้ำหน่อยว่า "two?"

อย่าแปลงค่าเงินกลับ ก่อนซื้ออะไร ไม่งั้นจะได้กินบะหมี่กึ่งบ่อยๆ แถมถ้วยละ 50 บาทด้วย

บะหมี่กึ่งที่ญี่ปุ่นคือ Meal ไม่ใช่ของที่เอาไว้กิน เมื่อไม่มีอะไรกินแบบบ้านเรา ทุกอย่างจัดเต็มหมด

ระบบรางเป๊ะมาก คนที่หลงคือคนที่ใช้มันโดยปราศจากความเข้าใจ ลองทำความเข้าใจมันดูสักพัก และมีสติทุกครั้งก่อนขึ้นรถไฟสักขบวน

คนญี่ปุ่นยินดี พาคุณไปที่ที่อยากไป ถ้าเขาไม่รู้สึกว่ามันยาก แม้จะไกลถึง 300 เมตรที่เขาต้องเดินกลับมาก็ตาม

พยายามใช้ "ซูมีมาเซน" และ "โกเมนาไซ" ให้ถูก คล้าย Excuse me และ I'm sorry แต่ใช้สลับกันบ่อยมาก เคยเจอคนญี่ปุ่นเหยียบเท้าพูดประโยคแรกก็มี

เวลางงๆ "โคเระ" (นี่) ใช้ได้เสมอ

เวลานอน Hostel หรือ Dorm คำว่า "Hi, Where're you com from ?" 
เป็นประโยคเปิดง่ายๆ ในการลองคุยกับคนอื่น 

ถ้าพูดภาษาอังกฤษที่เป็น keyword ไป แล้วเขางง อย่าพูดซ้ำ เขาใช้คาตาคานะแทนคำที่ยืมมาจากต่างประเทศ ซึ่งจะไม่ออกเสียงตัวสะกดแล้วหาสระมาใส่ เช่น Mc' donald จะออกเป็น M(a)c(u) donal(u)d(o) หรือ ice-cream(o) หรือ kit(o)kat(o)

โตเกียวชิดซ้าย คันไซชิดขวา แต่เกียวโตทำไมตามคนหน้าไม่รู้ ยังงงจนถึงทุกวันนี้

เวลานั่ง JR ถ้าไม่ได้ยินภาษาอังกฤษอย่าตกใจ ฟังคำว่า 'เดส' ให้เจอ แล้วจะพบว่าชื่อสถานีอยู่ข้างหน้า เช่น "เทนโนจิ เทนโนจิเดส" (มักจะทวนสองรอบ)

ถ้า Hyperdia คำนวณเวลารถออกมาเท่าไหร่ ไม่ต้องรีบวิ่งถ้ามันไกล้มาก ไม่ทันคือไม่ทัน เวลาที่ได้มาคือเวลารถออก

สามารถหลับในรถไฟได้ถ้าง่วง ดูเวลาจาก hyperdia ว่าเท่าไหร่ แล้วใช้ timer จับเวลาได้เลย ไม่ค่อยพลาด (เผื่อๆ ไว้หน่อยก็ดี)

ถ้าเปิด hyperdia แล้วพบว่ารถไฟออกเวลา 4.35 อย่าขึ้นขบวนที่มาจอด 4.33 ในระบบรถปกติ (ยกเว้น ต้นสาย, สนามบิน จะมาเร็ว เพราะต้อง cleanup)

Taxi ญี่ปุ่นโครตดี เกินกว่า Uber และเจ้าอื่นๆ จะมาตีตลาดได้ แต่ Taxi ไทยนี่เหี้ยเกินกว่าที่ใครจะลุกมาต่อต้าน Uber

ตอนเช้าๆ เวลาคนไม่พลุกพล่าน พนักงานที่อยู่ตรงทางเข้าออกสถานีจะทักผู้โดยสารทั้งเข้าและออก

เขาภูมิใจกับการทำงาน ในทุกๆ อาชีพและทุกระดับ เราคนไทยบางทีอาจจะมองว่าตลก แต่เชื่ออย่างสนิทใจว่านั่นคือ "ความจริงจัง"

คนญี่ปุ่นไม่เดินกิน (ผมนี่แหละ เดินกิน ถ้ารีบนะ)

คนญี่ปุ่นหลับคอไม่ตก (จากการสังเกตุบนรถไฟ) หลับได้เรียบร้อยมาก

คนญี่ปุ่นกว่า 70% บนรถไฟฟ้า ใส่หูฟังและเล่นมือถือและ 80% ของ 70% นั้นเป็นวัยรุ่น

ไม่ควรเข้าหาคนญี่ปุ่นด้วยคำว่า "Excuse Me" 
แต่ต้อง "ซูมีมาเซน" เข้าไป แล้วต่อด้วยภาษาอังกฤษ เขาจะรู้สึกประหม่าน้อยลง

พยายามหา Keyword ภาษาอังกฤษในคำ และเดาเยอะๆ ภาษาอังกฤษสำเนียงญี่ปุ่นฟังไม่ง่าย ยกเว้นเขาเก่งจริง เช่น พนักงานสาว(สวย(มาก)) ที่ร้าน Katsukura สาขา Nishiki Market, Kyoto เธอสอนผมกินทงคัทสึด้วย

คนญี่ปุ่นไม่ค่อยถือสาอะไรเวลาโดนเหยียบเท้า แค่ขอโทษไป เขาก็ยิ้มแล้ว ในขณะที่ประเทศไทยต้องกระทืบก่อน แล้วตามด้วยประโยคเด็ด "มึงรู้ไหม พ่อกูเป็นใคร?" (ชิบหายละ มึงยังไม่รู้เลย)

ก่อนตรวจตั๋วบนรถไฟความเร็วสูง พนักงานจะแนะนำตัวก่อน และขอตรวจตั๋วอย่างสุภาพสุดๆ

ถ้าผมใช้ชีวิตที่นี่ ผมคงเก็บเงินซื้อจักรยานดีๆ สักคันมากกว่ารถยนต์สักคัน เพราะทุกอย่างเกี่ยวกับรถเสียเงินหมด โดยเฉพาะค่าจอด (แม้จะเป็นริมถนนก็ตาม)

เมื่อซื้อของด้วยแบงค์ ¥1000 แล้วจะรู้สึกว่าเงินหาย เพราะต่ำกว่าพันทุกอย่างเป็นเหรียญ

เมื่อจ่ายเงินด้วยแบงค์ ¥10000 หรือ ¥5000 พนักงานส่วนใหญ่จะนับแบงค์ให้เราดูอีกครั้งว่าเขาทอนไม่ผิด อยากให้สังเกตุวิธีการนับ เท่าที่ผมเจอท่านับสวยที่สุดคือ พนักงานเด็กที่ร้านของที่ระลึกก่อนออกจากวัด Todaiji จังหวัด Nara

คุณจะตกใจมาก เมื่อทำเงิน ¥100 ตก และจะตกใจยิ่งกว่าเมื่อเหรียญที่ตกคือเหรียญ ¥500

ป.ล. มีอะไรจะมาอัพเดทอีกนะ


-----------------------------------------------------

Popular posts from this blog

[Android Dev] การติดตั้ง Eclipse+AndroidSDK เพื่อพัฒนาโปรแกรมบน Android

12 วิธี การบริการและดูแลลูกค้าในร้าน Starbucks

5 TED Talk ที่จะช่วยให้คุณทำงานดีขึ้น