เมื่อวันสิ้นปีมาถึง Happening in 2015



1. #วืด และคนอยากกล่าวถึง

          ความทรงจำสีจาง ในครั้งแรกที่เรา 6 คนเจอกัน "เปียโน สิงโต บีม พลอย แคท และเรา" เหมือนว่าจะมาคุยกันเรื่องพลอยอยากทำ Planney (และสุดท้ายก็ไม่ได้ทำ) เราเป็นกลุ่มที่ว่างตรงกันยากมาก เนื่องจากทุกคน มาจากการที่ทุกคนมีกลุ่มเพื่อนอยู่แล้ว เจอกันบ้าง ไม่เจอกันบ้าง แต่ก็พยายามหาเวลามาเจอกัน แอบรู้สึกได้ว่าจะเป็นกลุ่มเพื่อนที่น่าจะอยู่ด้วยกันไปอีกสักพักเลยล่ะ...


          หลายๆ คนก็กลับมาเจอกัน สนิทกัน ในปีนี้ จริงๆ "ทูน น้ำ บาส" นี่คุยกันตลอดอยู่แล้วนะ แต่ปีนี้ เราได้ไปเที่ยวด้วยกันด้วยนะ เป็นทริปแรกที่เราเดินทางกับเพื่อน ดีใจครั้งแรก ได้เที่ยวกับเพื่อนที่เรียกได้ว่าสนิทที่สุด (จริงๆ ไอสองคนนี้แหละ ที่เกิดปัญหา ทำให้เราต้องเดินทางคนเดียวตอนไปญี่ปุ่นปีที่แล้ว) คุยกันได้ทุกเรื่องในชีวิต

          เพื่อนการเดินทางในปีนี้ไม่ได้มีอะไรพิเศษมาก หลายๆ คนที่เจอในทริป ก็คุยกันแบบผ่านๆ แต่คนเข้ามาอยู่ในความทรงจำคงเป็น Staff ที่ Toco: Tokyo Heritage Hostel ที่ผ่านมา ซึ่งเป็น Hostel ที่อบอุ่นที่สุดที่เราเคยเจอมาเลยล่ะ ทั้ง Miku, Marry และ Aoi และคนอื่นๆ ที่เราได้คุยกันที่บาร์ตลอด 5 คืนที่พักที่นั่น

2. Astrophotography Marathon

          เนื่องจากปีที่แล้ว เราได้จองตั๋วเครื่องบินให้กับความสัมพันธ์ครั้งหนึ่ง ซึ่งสุดท้ายแล้วมันไม่ได้ใช้ไปในทางที่เราตั้งใจไว้ แต่มีกิจกรรมนี้เข้ามาพอดี ในขณะที่เราสนใจการถ่ายรูป เราเคยขอเข้าไปร่วมด้วย กิจกรรมนี้เป็นการจัดของ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ และกลุ่ม Star Hunter จังหวัดเชียงใหม่ ทำให้ผมต้องเดินทางไปเยี่ยมเชียงใหม่อีกครั้ง หลังจากที่พึ่งไปนับถอยหลังเข้าสู่ปี 2015 มาเมื่อต้นปี


          กิจกรรมนี้ให้ความรู้ผมมากมาย ทั้งเกี่ยวกับดาราศาสตร์ และการถ่ายภาพดาราศาสตร์ รวมไปถึงภารกิจของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์ ซึ่งมีถึงขั้นการวางแผนปกป้องประเทศเลยทีเดียว กิจกรรมนี้ จุดประสงค์คือ เขาจะมีผู้เชี่ยวชาญดาราศาสตร์มาสอนเรา ว่าถ้าตั้งแต่ช่วงเย็นไปจนถึงเช้าของอีกวัน เราจะสามารถถ่ายภาพทางดาราศาสตร์อะไรได้บ้าง ซึ่งผมเขียนเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ไว้ที่นี่ครับ http://www.macbaszii.com/2015/02/astrophotography.html

          ซึ่งงานนี้ไปจัดกันถึงดอยอินทนนท์ เราได้ขึ้นไปในที่ปกติไม่เปิดให้เข้า และอยู่ที่นั่นทั้งคืน ท่ามกลางอากาศหนาวที่หายากมากในประเทศไทย ตั้งแต่ 15 องศาไปจนถึง 2 องศาในเวลารุ่งสางที่เราปิดทริป และเราก็กลับมาเที่ยวเชียงใหม่อีก 2 วันค่อยเดินทางกลับ

3. Planney

          นี่เป็น App ในใจของผมที่บรรเจิดขึ้นมาช่วงต้นปี และทำให้มันเกิดขึ้นช่วงเกือบกลางปีครับ ไม่ได้ตั้งเป้าหมายอะไรมาก แค่อยากทำ สิ่งตัวเองอยากใช้ และช่วงนั้นงานไม่ได้หนักมาก เลยหาอะไรทำแก้เบื่อ แต่ก็อยากได้อะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน เลยใส่ทุกอย่างเต็มที่ให้ App นี้เลย ซึ่งจากวันนั้น จนถึงตอนนี้ก็ยังมีคนใช้อยู่บ้างเรื่อยๆ และก็ไม่ค่อยอัพเดทเท่าไหร่เลย แต่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เร็วๆ นี้ ถ้าหาเวลาลงไปทำได้ เพราะมีอะไรที่ให้เราต้องเรียนรู้ และทบทวนความจำอีกแล้ว (ส่วนมากเป็นเรื่อง Architecture ของระบบซะมากกว่า ที่ผมอยากฝึก) http://www.macbaszii.com/2015/07/planney-have-been-now-released.html

4. Office Moving


          ปล่าวครับ ไม่ได้ลาออกแต่อย่างใด แค่ย้ายออฟฟิศ ตอนนี้มาอยู่ Bhiraj Tower at The Emquatier ตรงพร้อมพงษ์ ห้างใหม่ไฉไลของเครือ The Em District เรียกได้ว่า ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นอีกหน่อย เพราะของกินมีไม่ขาด มีห้างให้เดินทุกวัน (จนเบื่อกันไปเลยทีเดียว) ไม่มีอะไรต้องพูดถึงมาก เดินไกล้กว่าเดิม แม้ที่เก่าจะไกล้อยู่แล้ว ออฟฟิศที่นี่ยังดีเหมือนเดิม การตกแต่งที่เรียบง่าย และสภาพแวดล้อมที่ดี ทั้งเรื่องการทำงานและผู้คน แม้ปีนี้จะมีหลายคนจากเราไปที่อื่น แต่ Oozou ก็ยังเป็น Oozou ล่ะนะ นี่ก็อยู่มาเกือบจะ 2 ปีละ งานที่สนุกมากๆ ก็พึ่งผ่านไป และงานท้าทายที่น่าสนุกก็พึ่งจะเข้ามา ก็ยังคงอยู่ที่นี่แหละ เป็นปีที่มีโอกาสเข้ามาเยอะ แต่ก็ไม่ได้ไปไหนเลย ที่สำคัญก็คือมี "ลานจอดเฮลิคอปเตอร์" ด้วยนะ เราไปเดินเล่นมาหลายครั้งเลย ตอนที่มันยังสร้างไม่เสร็จน่ะ ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้(แอบ)ขึ้นไปอีก



5. TNB Taiwan Trip

          ทริปนี้เกิดขึ้นแบบฉุกละหุกมาก ถามตอนเมานี่ตอบตกลงกันหมด แต่จริงๆ เราอยากเที่ยวด้วยกันมานานแล้วล่ะ "ทูน บาส น้ำ และตาล" ก็ได้เดินทางด้วยกันในประเทศที่ใช้ภาษาจีน ที่มีวัฒนธรรมและระเบียบน่ารักเทียบเคียงญี่ปุ่นอย่างประเทศ "ไต้หวัน" ถึงจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ 3 วัน (ซึ่งไม่คุ้มราคาค่าวีซ่า 1500 บาทเลย) แต่ก็เป็นทริปที่สนุกไม่ใช่น้อย กินกันเต็มมาก กินแล้วกินอีก ยัดไม่ลงแล้วก็กิน


          ทริปนี้เป็นทริปที่ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปมากนัก มีแต่รูปคนล้วนๆ เลย จริงๆ ตอนไปเพราะฝนตกทุกวันนั่นแหละ อากาศและสภาพแวดล้อมเลยไม่ดีพอจะจริงจังกับการถ่ายภาพสักเท่าไหร่ สงสียจะต้องมีซ้ำแล้วล่ะ

6. Singapore 3 Times

          ไปทำไมตั้ง 3 รอบภายในปีเดียว... ต้นปีนี่ไปเที่ยวคนเดียว จุดประสงค์เพื่อถ่ายรูป ประเทศที่เขาว่ากันว่า ถ้าอยู่ประเทศไทยอยากลองเดินทางไปประเทศพัฒนาแล้วต้องไปที่นี่ก่อน โฟกัสแต่กับรูป ได้เจอคนอื่นบ้าง ได้รู้จักพี่ๆ หลายคนที่ใช้ชีวิต ทำงานอยู่ที่นี่ มันเป็นประเทศที่ดีประเทศหนึ่งเลยนะ ที่ผมเคยไปเยือนมา สนุกดี ความเศร้าที่สุดคือเลนส์มีปัญหา ทำให้รูปในทริปนั้นที่ถ่ายด้วยเลนส์ไวด์พังเกือบหมด


          ส่วนครั้งที่ 2 นี่เราพาน้องสาวเราไปเที่ยว ด้วยความที่นางพึ่งกลับมาจากเรียนที่จีน และเราก็อยากซ้ำ เพราะคราวที่แล้วเลนส์มีปัญหา ก็เลยวางแผนเพื่อซ้ำกันสักหน่อย น้องบ่นเหนื่อย เพราะพาเดินเยอะมาก แต่ก็เป็นประเทศที่นี่น่าเดินจริงๆ นั่นแหละ จุดประสงค์แรกของน้องสาวคือ อยากเอาภาษาจีนที่ร่ำเรียนมาไปลองใช้ ซึ่งเราก็ปล่อยให้น้อยได้ใช้บ้างแหละ อีกอย่างที่เราไม่เคยคิดจะอยากทำ และไม่ได้ทำมานานคือ "สวนสนุก" ก็อย่างว่าล่ะนะ เป็นคนไม่ค่อยอินอะไรแบบนี้เท่าไหร่ แต่ Universal Studio Singapore ให้ประสบการณ์สวนสนุกแบบเต็มรูปแบบครั้งแรกในชีวิตที่ดีมาก (สวนสนุกประเทศไทยนี่ลืมไปจากหัวทั้งหมดเลยล่ะ) เราสนุกมากวันนั้น ต่อแถว เล่นทุกอย่างที่สนใจ แม้กระทั้งม้าหมุนเด็ก สนุกมากจริงๆ และคงไม่ได้สัมผัสความรู้สึกแบบนี้ไปอีกสักพักใหญ่ๆ


          ครั้งที่ 3 เราเดินทางไปกับทีมงานจัด iOSDevTH Meeup เพราะได้ส่วนลดค่าตั๋วไปร่วมงาน iOS Conference, SG มา พอมีคนยุหน่อยก็จัดเลย และไหนๆ ก็บินแล้ว ก็เที่ยวมันสัก 3 วัน ถึงแม้สิ่งที่เราทำในสิงคโปร์จะเรียกได้ว่า เราเดินจนคล่องแล้วก็เถอะ แต่ครั้งนี้ต่างออกไปบ้าง เพราะได้เยี่ยมพิพิธภัณฑ์หลายแห่งเลย ได้เข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับประเทศนี้ วิธีการบริหารจัดการบ้านเมือง ที่ตื่นตาตื่นใจที่สุดคงจะเป็น Marrina Barrage ซึ่งเป็นเขื่อนที่เอาแยกน้ำเค็ม และน้ำจืดออกจากกัน รวมทั้งเอาไว้จัดการน้ำท่วมด้วย


7. iOSDevTH Meetup

          ไอเดียบรรเจิดจากการที่ผมไปชวนพี่แบงค์หลังไมค์เพื่อจัดงานนี้ และชวนอีกหลายๆ คนมาจัดงาน ทำให้ผมได้รู้จักคนอีกมากมาย จนได้ทีมผู้บุกเบิกคือ พี่แบงค์ (Throughwave) พี่เอฟ (Taskworld) พี่อ๊อด (Origami Logic) พี่อ๊อฟ (Glazziq) พี่วิน (Eventpop, Storylog) พี่ตอง (Gomeeki) และผมเอง


          ซึ่งเป้าหมายของงานคือ เราอยากชวน iOS Developer คนอื่นๆ มาคุยกัน เราพยายามใช้วิธีการจัดงานอย่างเรียบง่าย ไม่มีเรื่องเงินมาเกี่ยวข้องในตอนแรก ทำเท่าที่เราทำได้โดยโฟกัสที่ผู้เข้าร่วมงานเป็นหลัก สร้าง Content เองกับงานครั้งแรกเพราะว่าทีมงานทุกคนเป็น Technical หมด และ Feedback ก็ออกมาดีมาก จนตอนนี้มีสมาชิกของทีมงานเข้ามาอีกคนคือ วิน (Shopspot)


          และเราคิดว่าเราพร้อมสำหรับงานครั้งสาม โดยครั้งที่หนึ่งเราจัดกันที่ Taskworld ครั้งที่สองเราจัดกันที่ Kaidee ซึ่งเราได้รับการสนับสนุนจากทุกคนอย่างดีทีเดียว ตั้งใจว่าจะจัดไปเรื่อยๆ เท่าที่ทรัพยากรและแรงใจเรายังมีอยู่

8. Japan Again

          ปิงและเอ็ม เป็นชาวคณะของทริปญี่ปุ่นครั้งที่ผ่านมา เป็นการจองตั๋วล่วงหน้านานมาก เพราะเราต้องการความแน่นอน (จริงๆ จะต้องมีอีกคน ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดาย ที่เราไม่ได้เดินทางด้วยกัน)


          แต่ความไม่แน่นอน ก็คือความไม่แน่นอน มีหลายเรื่องเกิดขึ้น และสุดท้ายก็แก้ปัญหา จนได้เดินทางด้วยกัน หลังจากที่เริ่มออกเดินทางคนเดียว นี่เป็นทริปที่ 2 ที่ออกเดินทางกับเพื่อน เออ มันก็ได้อีกอารมณ์นึงนะ ตอนวางแผนเที่ยว จองที่พัก จะต้องคิดเยอะกว่าเดิมมาก ต้องดูคนในทริปด้วย เหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่าง มีคนป่วยในทริปต้องทำอย่างไร เหตุการณ์ที่เราหลงกัน ติดต่อกันไม่ได้ต้องทำอย่างไรในเวลาที่อารมณ์สีเทาเกิดขึ้น ก็ต้องหัดที่จะหยุดมัน ขอบคุณที่ให้เวลาเราได้ถ่ายรูปดีๆ กลับมา (ซึ่งเราบอกเพื่อนไว้ตั้งแต่ต้นเลยว่า เราขอเวลาหน่อย กับการถ่ายรูป)


          ที่ผิดแผนไปหน่อยคือ เราเจออากาศแปรปรวนในวันที่เราไปภูเขาไฟฟูจิ น่าเสียดายที่เราไม่เจอมัน เพราะเราจองตั๋วชิงกันเซนไปแล้ว เหมือนว่าคุณฟูจิ จะร้องเรียกให้เรากลับไปหามันอีกล่ะนะ แล้วเจอกันใหม่นะ ในการไป Kawaguchiko ครั้งนี้ เราขอยกพระเอกให้ Hoto Noodle ล่ะกันนะ


          ทริปนี้เป็นทริปยาว 10 วัน 11 คืน ที่ญี่ปุ่น ซึ่งเราเลือกที่จะเที่ยวเฉพาะโตเกียวและจังหวัดรอบข้าง ในสภาพอากาศที่หนาวกว่าปีที่แล้วนิดหน่อย ใบไม้แดงยังมีให้เห็นอยู่บ้าง ประปราย และกินชูมิ ราเมง กันจนหนำใจได้ Feedback ว่าทุกคนรู้สึกคุ้มค่าและมีความสุข ทำให้หัวหน้าแก๊งอย่างไม่เป็นทางการครั้งนี้ดีใจไม่น้อย ขอบคุณที่เดินทางไปด้วยกัน
          อีกเรื่องที่สำคัญคือทริปนี้ได้เจอที่พักที่ประทับใจ คนที่ประทับใจ พี่ๆ เพื่อนๆ ที่ใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่น ทั้งเรียนและทำงาน ได้ฟังการใช้ชีวิต การเตรียมพร้อมก่อนมาอยู่ที่นี่ สนุกมากๆ ครับ สงสัยไปคราวหน้าต้องแบกอาหารไทยไปฝากหน่อยละ รู้สึกว่าหลายๆ คนจะคิดถึง ฮ่าฮ่า

9. Japanese Language

          เรามีความคิดที่จะเรียนอยู่ตั้งแต่ต้นแล้ว พอดิบพอดีที่พี่ตั้วได้ทุนไปเรียนที่ญี่ปุ่น ก็เลยชวน ก็จัดซะเลย ได้บีมติดมาอีกคน เป็นการเรียนที่เราค่อนข้างตั้งใจมากเลยทีเดียว มีอะไรที่น่า และอยากเรียนรู้เต็มไปหมด เราตั้งใจทำการบ้าน อ่านทบทวน และเขียนอักษรจนเป็นกิจวัตรประจำวัน พยายามออกแบบโจทย์ให้ตัวเองทำทุกวัน เรียกได้ว่า ณ ขณะที่เรียนอยู่นั้น เราไปกับมันได้ดีเลยทีเดียว จนกระทั่ง...
          จบคอร์สแรก เรารู้สึกว่า เรายังไม่พร้อมที่จะเรียนต่อคอร์สต่อไป เนื่องจากการอ่าน และไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่ เลยหยุดมาสักพัก แต่ความรู้พื้นฐาน ก็ยังมีติดอยู้ในหัวบ้าง สักวันเมื่อเราพร้อม เราจะกลับไปตั้งใจเรียนอีก
          ความเท่อีกเรื่องนึงคือ จากทริปญี่ปุ่นที่ผ่านมา เราก็พยายามอ่านไปบ้าง ท่องไปบ้าง และใช้ในสถานการณ์จริงเท่าที่จะใช้ได้ อยากลองพูด อยากลองฟัง ซึ่งอะไรง่ายๆ อย่างการถามทาง การบอกจำนวน การทักทายและแนะนำตัว ก็รู้สึกว่าทำได้ดีทีเดียว รู้สึกมีความสุขเวลาได้ใช้อะไรที่ได้ร่ำเรียนมา คราวนี้จะท่องไปอีกนะ

10. Developer Life

          ไม่ค่อยมีอะไรน่าเล่าเท่าไหร่เกี่ยวกับปีนี้เท่าไหร่เกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ความคิดเรื่องนี้เราเปลี่ยนไป ตั้งแต่ได้ออกเดินทาง เรายังคงพัฒนาตัวเองอยู่เรื่อยๆ เพื่อวันหนึ่ง เราจะไปถึงจุดที่เราต้องการ จากการได้รู้จัก Full Stack Developer หลายๆ คนในชีวิต และเคยอยากจะทำได้ทุกอย่าง กลายเป็นตอนนี้ความคิดกับมาอยู่กับการที่อยากจะเป็น iOS Developer ที่เก่งมากๆ เหมือนอย่างก่อน พยายามรับแนวคิดใหม่ และพยายามเข้าใจมันมากขึ้น เช่น Reactive Functional Programming ไม่รู้อะไรก็จะถามๆ เมื่อได้เหตุผลที่ดีมา ก็พยายามปรับโค้ดให้ดีขึ้นทุกครั้งที่มีโอกาส


          อีกเรื่องที่เปลี่ยนแปลงคือ เนื่องจากเรารู้ตัวว่าชอบเดินทางไปเที่ยว ไปถ่ายรูป ใช้ชีวิตในที่ที่เราไม่มีโอกาสได้ไปอยู่นานๆ ก็เลยพยายามทำงานเพื่อเลี้ยงชีพ เพื่อการเดินทาง และหัดบริหารเงินให้เป็น เป้าหมายการเป็น Developer ที่ดี เขียนโค้ดที่ดี ยังคงอยู่ แต่เป้าหมายใหม่ๆ ในชีวิตมันก็มีมากขึ้นเช่นกัน ที่เราต้องบาลานซ์ชีวิตกับเรื่องอื่นๆ ที่ไม่ใช่เรื่อง Technical บ้าง

Conclusion

          สรุปปีนี้เป็นปีที่ดีเหมือนกัน ในหลายๆ เรื่องยกเว้นเรื่อง "ความรัก" เป็นอีกปีที่ผ่าน "ความโสด" และสามารถใช้ชีวิตได้แบบปกติสุขจนคนมีแฟนอาจจะอิจฉา #คนไม่มีแฟนก็เช่นกัน อ่อ ได้อ่านหนังสือเยอะด้วย แม้จะยังเหลือเซ็ตใหม่ ที่พึ่งไปสอยจากงานหนังสือมาก็เถอะ รอบนี้เปลี่ยนแนวจากหนังสือคิดนู่น คิดนี่ ไปหนักเรื่องหนังสือการเดินทาง ประสบการณ์ชีวิต วิธีการมองโลกของคนอื่นๆ บ้าง ก็ทำให้ชีวิตดีขึ้นนะ พยายามเห็นอกเห็นใจคนอื่นมากขึ้น

          แต่ใจนึงก็อยากจะย้ายประเทศแล้วล่ะ เหตุผลหลักๆ ที่เราจะไม่อยู่ประเทศไทยคือ เราไม่ได้รู้สึกว่าคุณภาพชีวิตดี หรือดีขึ้นเลย เมื่อเปรียบเทียบกับตอนเริ่มทำงาน เปรียบเทียบกับเงินภาษีที่จ่ายไปแต่ละปี และความเน่าเฟะของระบบการพัฒนาบ้านเมืองของประเทศไทย (ก็ได้แต่มองเห็นการโกง และไม่อยู่ในจุดที่ทำอะไรได้เลย) อาจจะดูมองโลกในแง่ร้าย แม้จะบอกว่าเราเริ่มที่ตัวเรา ทำตัวให้ดี แต่ภาพใหญ่และสภาพแวดล้อมไม่เอื้อให้การทำดีมีผลอะไร ผมว่ามันก็อยู่กันแบบนี้แหละ จากการเดินทางไปเยี่ยมประเทศพัฒนาแล้วก็แบบ เออ ชีวิตดีหว่ะ นอกจากเที่ยวก็อยากลองไปใช้ชีวิตบ้าง แต่ก็นะ ตอนนี้ขอพัฒนาตัวเองไปอยู่ในจุดที่เราพร้อมก่อน ตอนนี้เรามีความสุขมากกับงาน บริษัท และสภาพแวดล้อมที่เราอยู่ (มากกว่าเมื่อปีที่แล้ว ที่ความคิดลาออกก็มีบ้างอยู่ในหัว)

ป.ล. ปีนี้บินเยอะ แถมไม่ตกเครื่องบินสักครั้งเลย ก็เคยบอกแล้วในนี้ http://www.macbaszii.com/2015/01/happening-in-2014.html ว่ามันจะไม่มีอีก
ป.ล. ปีนี้ผมเขียน Blog น้อยไปหน่อย แต่ปีหน้าจะพยายามทำให้ได้มากกว่าปีนี้ครับ


สวัสดีปีใหม่ครับ
Happy New Year
明けましておめでとうございます

Popular posts from this blog

12 วิธี การบริการและดูแลลูกค้าในร้าน Starbucks

[Android Dev] การติดตั้ง Eclipse+AndroidSDK เพื่อพัฒนาโปรแกรมบน Android

"อีสุกอีใส" ประสบการณ์เมื่อต้องมาเป็นตอนอายุ 22